@NATT2222 View my profile

หนี

posted on 30 Jan 2011 23:58 by natt2222
 

 
 
 
ไม่เขียนไม่ได้
รู้สึกได้ว่าอย่างงั้น
 
ต้องเขียนไว้...ล่ะนะ *หัวเราะ*
 
 
เวลาแห่งอารมณ์ดิ่งๆ ในรอบปีก็วนเวียนมาถึงอีกครานึง
(แต่จริงๆ ปีที่แล้วเป็นไปซะสองรอบใหญ่ๆ กับเกิดเป็นช่วงหย่อมๆ เล็กน้อยพองาม อาละวาดไปพอตัว...)
 
 
 
คนหลายคนอาจเลือกที่จะพูดบางสิ่งในใจออกไป
ปรึกษา ระบาย ต้องการความคิดเห็น หรือกระทั่งขอความเห็นใจจากอีกฝ่ายที่เป็นเพื่อน ผู้ใหญ่หรือครอบครัว
 
 
แต่ผมคงเป็นคนนึงที่ปฏิเสธการกระทำอย่างนั้นเกือบจะสิ้นเชิง
ปากที่ควรจะมีไว้พูดก็เลือกที่จะหุบไว้ โดยเฉพาะในเวลาที่ความเครียดเริ่มกัดกันตัวเองทีละนิดๆ
 
การกระทำหลายอย่างก็คล้ายจะเป็นการเสแสร้ง
 
และเลือกที่จะมาระบายให้กับเพื่อนในอินเทอร์เน็ตที่แทบจะไม่เคยเจอตัวเป็นๆ
จะเรียกว่าสนิทกันในเน็ทเสีย 99% แต่เจอหน้ายังหงิมๆ เหมือนเพิ่งรู้จักก็ว่าได้
 
 
เชื่อมาตลอดว่าการทำแบบนั้นจะช่วยเยียวยาตัวเองได้
ใช่ มันสามารถทำให้ปลอดโปร่งได้จริงๆ
 
 
แต่ก็แค่ในระยะสั้นๆ
 
 
บางสิ่งบางอย่างที่นึกว่าจะหายไปสนิทก็ตกค้างเป็นเหมือนตะกอน
ที่ค่อยๆ ทับถมจนเริ่มเด่นชัด
 
และอารมณ์ก็ค่อยๆ แปรปรวนมากขึ้นเหมือนกับฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงกระทันหัน
 
 
ถ้าพูดแบบเปรียบเทียบก็คงเหมือนกับประจำเดือนของผู้หญิงหรือไม่ก็ระเบิดเวลา
 
 
ก็แค่รอเวลาระเบิด
อาการแบบนี้ถ้าเรียกตามที่เข้าใจกันง่ายๆ ก็คงจะเป็นอาการ "เฟล"
 
จมอยู่กับอารมณ์สิ้นหวังที่ไม่สามารถหาที่มาได้
ราวกับมันท่วมท้นอยู่เต็มอก ทรมาณจนแทบบ้า
 
 
อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นคนอ่อนไหวมากกว่านี้ก็คงร้องไห้ออกมาแล้ว
 
 
แต่เพราะเป็นลูกผู้ชายเลยร้องไห้ไม่ได้
เพราะร้องไห้ไม่ได้ เลยลืมวิธีการร้องไห้ไปแล้ว (นอกจากจะให้หาววอดๆ ล่ะนะ)
 
 
 
นึกย้อนไปในวัยเด็ก อะไรหลายๆ อย่างตอนนั้นก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กลายมาเป็นแบบนี้ก็ได้
เคยโดนล้อว่าเหมือนตุ๊ดบ้าง ขี้แยบ้าง
 
หลายครั้งที่เหมือนจะทำประชดเพื่อนที่มาล้อ ด้วยการเลียนแบบตุ๊ดไปซะเลย (ซึ่งดูเหมือนเพื่อนๆ ก็จำฝังใจไปแล้วว่าเราเป็นตุ๊ดจริงๆ)
 
 
 
เปล่าเลย
 
 
ก็แค่ประชดน่ะแหละ
การกระทำงี่เง่าๆ ของเด็กคนนึงในตอนนี้ที่มาจากแรงกดดันจากเพื่อนของเด็กคนนั้น
 
ก็เลยกลายเป็นหนึ่งปมด้อยที่ทำให้กลายเป็น "ความหวาดระแวงคนรอบข้าง" ด้วยล่ะนะ
 
 
 
(ถ้าอาการหนักกว่านี้คงจะนับว่าเป็นหนึ่งในอาการ Phobia ได้เลยล่ะมั้ง แต่ก็ไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้นหรอกน่า)
 
 
 
และอีกหนึ่งที่พูดไปก็อาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่
 
ผมว่าผมเองก็เป็นเด็กขาดความอบอุ่นนะ
 
 
 
ก็ไม่เชิงนักหรอก ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่และพี่สาว
มีช่วงเวลาที่ดีและไม่ดีบ้าง
 
แต่ที่ว่าขาดความอบอุ่นน่ะ คงเป็นความอบอุ่นทางกายมากกว่า
 
 
การสัมผัสตั้งแต่การจับมือจนถึงการกอด
 
 
ก็แค่การทำสิ่งง่ายๆ เหล่านี้เท่านั้น
ที่ลืมไปแล้วว่าความรู้สึกอิ่มเอมเปี่ยมสุขเหล่านั้นมันเป็นอย่างไร
 
รู้แค่ว่าตอนนี้ ในบางเวลา "ก็รู้สึกโหยหาแค่เพียงฝ่ามือสัมผัสปลอบเรา"
 
 
 
"เด็กที่ไม่มีจุดยืนของตัวเอง"
นั่นก็คงจะเป็นอีกคำจำกัดความเวลานึกถึงตัวเอง
 
โอนอ่อนไปตามสิ่งรอบตัวง่ายๆ และไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
ต้องการแรงผลักดันจากผู้อื่นเป็นตัวช่วยเสริมพลังและจิตใจ
 
 
จนหลายครั้งที่ทำให้พลาดอะไรหลายๆ อย่างไปเพียงเพราะไม่กล้าที่จะทำหรือพูด
 
 
เช่นการตอบคำถามคุณครูในคาบเรียน
ทั้งที่มั่นใจว่าตอบถูกแน่ๆ แต่ก็เลือกที่จะไม่ตอบ ถึงกระนั้นก็ยังอยากที่จะตอบอยู่ดี
 
 
 
เพราะขาดความมั่นใจในตัวเอง
 
 
 
อา...
 
 
เรานี่ โง่จริงๆ น่ะแหละ
เวลาที่อารมณ์ดิ่งๆ ก็มักจะทบทวนตัวเองอยู่แบบนี้เสมอๆ เมื่อก่อนก็พบเห็นแค่เพียงบางจุด
 
แต่ตอนนี้กลับมีมากมายหลายอย่างจนตัวเองไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ *หัวเราะ*
 
 
 
 
อยากที่จะเปลี่ยนแปลง
 
 
 
 
ก็แค่
อยากเข้มแข็งมากกว่านี้เท่านั้นเอง